4/22/2551

ดูท้องฟ้านั้นสิ!! อัศวินรัตติกาล

หากจะกล่าวถึง superhero คงจะมีอยู่มากมายราวกับจุลินทรีย์ในขวดยาคูลย์ แต่ถ้าจะมาพูดถึง superhero ที่ผมชอบมากที่สุดก็คงจะไม่พ้น BATMAN จริงๆแล้วผมเองก็ไม่ใช่แฟนตัวยงซักเท่าไร เขาทําหนังมาก็ดู เจอการ์ตูนก็ซื้ออ่านบ้าง ที่จะเริ่มมาชอบจริงๆจังๆ ก็ตอนที่ได้ดูหนังเรื่อง Batman begin  ( แสดงโดย คริสเตียน เบล ) 

แบทแมนภาคนี้มีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆจุดความเป็นดราม่าที่มากขึ้น และใส่ใจในรายละเอียดของอารมณ์ของตัวละครมากกว่าจะโชว์ของเล่นเหมือนในภาคที่ผมดูตอนเด็กๆ ทําให้รู้สึกเหมือนแบทแมนเองก็ไม่ได้ต่างอะไรกับปุถุชนคนธรรมดา ไม่งอก ไม่ใส่กระเทียม
ตัวของเขาเองก็มีปัญหา มีปมชีวิต ที่ต้องแก้ไขเหมือนคนทั่วๆไป สิ่งที่ทําให้เขาเหนือกว่าคนทั่วไป
นอกจากจะเป็นแรงกดดันในตัวของเขาเองแล้ว ก็น่าจะเป็นเรื่องของ " งบประมาณในการสร้างฮีโร่ " 


ซึ่งในจุดนี้ก็คงจะไปคล้ายๆกับ ironman ที่ก็เป็น superman ที่เกิดจากการใช้งบประมาณสร้างมา ไม่ได้เกิดจากพลังพิเศษ
หรือถูกแมงมุมมารันทูร่ากัดแต่อย่างใด  แต่หากเราลองมองดีๆจะพบว่าสองเรื่องนี้มีจุดขายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ส่วนตัวผมคิดว่า ironman น่าจะเน้นไปทางบู๊เตะต่อยยิงอาวุธร้ายแรงต่างๆเพื่อโชว์พาว
ซึ่งต่างจากแบทแมนที่ในเรื่องน่า
จะสอดแทรกความเป็นดราม่า และถ้าจะพูดแบบมีอคตินิดหนึ่งก็คิดว่า
การดูแบทแมนน่าจะทําให้เซลล์สมองได้ใช้งานมากกว่า

เอาหล่ะมาพูดถึงเรื่องการออกแบบบ้างดีกว่า สิ่งที่น่าสนใจเลยเนี่ยอยากให้มาเปรียบเทียบถึง
ตัวละครก่อนว่าภาคเก่าและใหม่ต่างกันเยี่ยงไร

ภาพแรกเป็นรูปของ joker ในภาคแรกที่แสดงโดย แจ็ค นิโคลสัน

ส่วนภาพที่สองเป็น joker ของภาค Darkknight ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครแสดงแต่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของผมเอง (ไอ้สะเดาที่ถูกแต่งหน้าโดยหนุ่มกางเกงเหี่ยน)
จะเห็นได้ว่า joker ในภาค darkknight ถูกสร้างและออกแบบให้ตอบโจทย์ในเรื่องของความสมจริงสมศรีและสมชายมากกว่าภาคที่แล้ว ดูมีความหน้ากลัวและบ้าคลั่ง ( จะเห็นได้ชัดเจนหากได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ ) ไม่ได้ดูเล่นๆเหมือนอย่างในภาคที่แล้วซึ่งตัวละครที่ถูกออกแบบใหม่นี้ก็ตอบโจทย์ของแบทแมนซีรีย์ใหม่ ( ตั้งแต่ภาค begin ) ให้มีความ Dark และสมจริง
มีความเป็นดราม่า หรือแม้กระทั่ง Batmobile เองก็ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์นี้เช่นกัน




จะเห็นได้ว่าภาพของ Batmobile ด้านล่างไม่ได้ต่างไรกับรถถังรุ่นใหม่ที่เราอาจจะพบเห็นได้ทาง discovery channel
ผู้กํากับยอมทิ้ง design ของรถแบบคลาสิก (ด้านบน ) เพื่อมาตอบโจทย์และสร้างภาพลักษณ์ให้กับ Batman ภาคใหม่
ตัวรถเองยอมมีความสมจริงและสอดคล้องกับความเคยชินเพื่อที่จะตอกยํ้าให้ผู้ชมเห็นว่า มัน " จริง " 

จะเห็นได้ว่าการออกแบบของแบทแมนในภาคใหม่ถูกคิดเป็นก้อนเยลลี่โดย คํานึงถึงภาพรวมและทําให้ทุกอย่างเขาชุดกัน
ไม่ว่าจะเป็น design ต่างๆสอดคล้องไปถึงเนื้อเรื่องหรือแม้กระทั่งอารมณ์ของตัวละคร

สุดท้ายนี่ผมเองก็จําไม่ได้ว่ามันเข้าวันที่เท่าไร แต่เอาเป็นว่าถ้าใครมีโอกาสได้ไปดูก็อย่าลืมมาแลกเปลี่ยนกันบ้าง
ว่าคิดยังไงกันบ้างเน้อ

3/19/2551

ซูดๆๆ ยาดมพม่าซ่าจมูกวุ้ย!!



  เป็นที่ฮอตฮิตกันมากสําหรับยาดมพม่าฝาเขียวอันนี้ เนื่องด้วยสรรพคุณของมันที่ดมแล้วเหมือนได้restartช่องจมูก นอกจากนั้นแล้วยังมีกลิ่นที่หอมชวนดม แต่ประเด็นที่จะนํามาวิเคราะห์วันนี้ ก็จะขอพูดเกี่ยวกับฉลาดและการออกแบบของเจ้าขวดยาดมพม่าชนิดนี้กันดีกว่าเนอะ
อย่างแรกเลยมาดูกันที่ตัวขวดก่อน ผมว่ามันมีขนาดที่ใหญ่เทอะทะไม่เหมาะกับการพกพาใส่กระเป๋ากางเกงก็จริง
แต่ในทางกลับกันมันก็มีขนาดพอดีมือ จับแล้วรู็สึกเต็มไม้เต็มมือพอดี เหมือนกับช่วยเพิ่มความรู้สึกว่า  
"  เฮ้ยแมร่งแรงแน่ๆยาดมนี้ " และนอกจากนั้นด้วยขนาดที่ใหญ่ขนาดนี้ส่วนตัวผมเอง
ก็ยังไม่เคยเห็นยาดมที่
มีขนาดเท่านี้แหละคิดว่าหลายๆคนก็คงคิดแบบเดียวกัน ซึ่งน่าจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทําให้สนใจเจ้ายาดมตัวนี้เป็นพิเศษ

เอาหล่ะแวะเข้ามาดูในขวดกันหน่อย เป็นที่น่าประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นการทิ้งspace ในขวดยาดมพม่า ตัวสมุนไพรนั้น
ใส่ไว้แค่ประมาณ12%(กะ
ด้วยตา) ในขวดเท่านั้น พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่ของอากาศที่คลุกเคล้าไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพร
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าตัวยา
สมุนไพรเองก็ต้องการพื้นที่ให้ตัวยาให้อบอวลในขวด เพื่อที่เปิดมาแล้วสามารถดมได้ทันที
โดยที่ถ้าเราใส่สมุนไพรไว้เต็
มขวดก็อาจจะทําให้ไม่มีพื้นที่ในการที่ตัวยาจะเข้าไปผสมกับอากาศ
และจุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่หลายคนสงสัยว่าทําไมต้องมีพื้นที่ไว้เยอะขนาดนี้ทั้งที่ตัวยามีนิดเดียว


ส่วนสุดท้ายคิดฉลากส่วนตัวผมรู้สึกสนใจมันนะ แต่เวลาใช่งานจริงก็รู้สึกว่ามันไม่เท่เท่าไรที่ต้องควักกระปุกนี้ออกมาดมต่อหน้าคนอื่น เพื่อนผมหลายๆคนรู้สึกสนใจกับฉลากของเจ้ายาดมพม่าชนิดนี้ ผมว่าส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเป็นของจากต่างถื่น
ทั้ง typography และ graphic จึงดูไม่คุ้นตานัก แต่หากถ้าเรามองกันที่โทนสีและการวาง layout แล้วก็จะเห็นได้ว่าก็ไม่ได้ต่าง
อะไรกับการออกแบบป้ายงานวัดในประเทศเรา ถึงจะดูบ้านๆไปนิดแต่ในตัวฉลากเองก็มีการแก้ปัญหาทางการออกแบบหลายๆอย่างให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นแถบขาวที่เอาไว้เปลี่ยนวันที่ผลิตบ่อยๆ มีการจัด alignment ของ typography โดยจัดเสมอซ้าย
มีการขีดเส้นใต้เพื้อเน้นความเป็นตัวข้อและสะดวกต่อการกาข้อมูล มีจุดเด่นของขวดและมี logo ที่มองเห็นได้ชัดเจน
ส่วนตัวผมถือว่าค่อนข้างจะลงตัวในของลักษณะนี้

สุดท้ายถ้าใครทํางานง่วงๆหรือชอบเผางานดึกๆเนี่ย แนะนําพกไว้ซักกระป๋องรับรอง2-3ฝึดนี้ คืนชีวิตแน่นอน
แล้สถ้าใครผ่านไปเจออย่าลืมซื้อมาฝากกันบ้างจะเอาไว้สํารองครองใจ



3/16/2551

ห่างหายไปนานกับการเดินทางบนรถตู้เสารีด่วนโทเวย์


หลังจากที่ขี้เกียจกระดิกนิ้วเขียน blog ก็มีในห้วงความคิดว่าอยากจะลงมือเขียนอะไรต่อซักนิดก็ยังดี และก็พยายามบอกกับตัวเองให้เขียนเรื่องต่างๆ ไว้เพื่อrecheckและเตือนความจําตัวเอง 
มีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเดินทางปฝึกงานตอนเช้า ผมใช้รถตู้ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยกรุงเทพวิทยาเขตรังสิตในการเดินทาง พอขึ้นไปบนรถหลังจากที่เห็นทุกคนเตรียมพร้อมที่จะจ่ายเงินค่ารถตู้แล้ว ก็จะเริ่มเห็นอาเฮียอาซ้อเริ่มแกะหูฟังกัน
เป็นที่น่าแปลกใจจากการที่คอยสังเกตุมาระยะหนึ่ง ก็พบว่าผู้ชายวัยออฟฟิตเดาว่าอายุน่าจะ30upแต่ไม่เกิน50 มักจะไม่ค่อย
ชอบพันสายหูฟังให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และพบว่าส่วนมากก็มักจะเป็นผู้ชายเสียด้วย จริงๆเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีสาระอะไรมาก
และถ้ามาคิดตามตรรกะง่ายๆ ก็น่าจะเป็นจากปัจจัยเรื่องเพศ อายุ บทบาทหน้าที่ ที่เป็นตัวแปรของลักษณะการเก็บสายหูฟัง
ก็อย่าคิดอะไรกันมาก พอดีเห็นเลยอยากจะหาเรื่องเขียนไปงั้นๆ จริงๆอยากจะเอางานที่ฝึกงานมาลงให้ดูแต่ดูเหมือน
จะเป็นการผิดมารยาทในการทํางาน เลยขอไม่ลงให้ดูละกัน

2/25/2551

EcoDesign 2008

อ้างอิง http://www.hardcoregraphic.com

------------------
------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม โครงการ "EcoDesign 2008" ครั้งแรกของประเทศไทย โดยงานนี้
เครือข่ายการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจไทย (Thai Green Design Network: TGDN) ภายใต้การดูแลของศูนย์
เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ร่วมกับ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงไอเดียบรรเจิด
เพื่อร่วมกระตุ้นให้คนไทยหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ภายใต้แนวคิด “การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ เพื่อคุณภาพชีวิตและส่งแวดล้อม” ชิงโล่พระราชทาน และรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท โดยการประกวด แบ่งการตัดสินออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1 นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น/ปลาย หรือเทียบเท่า
ประเภทที่ 2 นิสิต / นักศึกษาระดับอนุปริญญาตรี ปริญญาตรี/โท หรือเทียบเท่า โดยทั้ง 2 ประเภท ส่งผลงานเข้าประกวดในหัวข้อ
“การออกแบบโดยใช้หลักการด้าน 3Rs คือ ลดการใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งในส่วนของพลังงานและวัสดุ”
(Design for 3Rs “Reduce Reuse Recycle” (Material & Energy))
ประเภทที่ 3 ประเภทนักออกแบบอิสระ ประชาชนทั่วไปที่สนใจ
ประเภทที่ 4 ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม บริษัทต่างๆ ซึ่งมีที่ตั้งในประเทศไทย ส่งผลงานประกวดในหัวข้อ “การออกแบบโดยพิจารณา
ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์” (Design based on Life Cycle Thinking Approach)

สำหรับการประกวดในรอบแรก เสนอผลงาน (Concept Paper) เปิดรับตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551
โดยสามารถส่งผลงานได้ทั้งในนามบุคคล หรือในนามทีมไม่เกิน 3 คน ที่ akrapols@mtec.or.th โทร 02-564-6500 ต่อ 4565
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mtec.or.th/EcoDesign2008


ใครว่างๆก็ลองทําส่งประกวดดูดีกว่านั่งเล่นหมากเก็บไปวันๆ



2/11/2551

ตู้มมมม..แผนวางระเบิดถล่มสมองตัวเอง - - "




อาทิตย์สุดท้ายแล้วเวลาผ่านไปไวเหมือนโกโก้ครั้นช์ งานนี้แปลกอย่างที่รู็สึกใช้สมองเป็นอย่างมาก
จนถึงกับต้องขอความช่วยเหลือจากดีไกโก้เทพเจ้าเกมตรรกะแต่ก็ยังมีหลายจุดที่ไม่ลงตัวอยู่
ตอนแรกพยายามมองเรื่องความสัมพัทธ์ระหว่างiconแต่พอเอามาแล้วทําให้ข้อจํากัด
ในการระเบิดยากเกินจะหยั่งถึงด้วยสมองจิ้งจอกได้ เลยคิดว่าทําเป็นภาพรวมให้getดีกว่า
แต่ถึงยังงั้นก็ยากอยู๋ดีไม่เชื่อลองเดะ :P

ปล.ขอขอบคุณดีไกโก้ ไว้ ณ ที่นี้



2/07/2551

การทดลองทําครั้งแรกแทบตาย

หลังจากวางโครงเรื่องมานานก็ได้ทดลองผลิตของจริงออกมา
นอกจากต้องต่อสู้กับโปรแกรมที่ไม่ถนัดเท่าไรแล้ว
ยังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารและตรรกะของเกมอยู่ซึ่งจะต้องรีบปรับปรุงให้
เสร็จเรียบร้อยก่อนวันอังคารไม่งั้นได้เข้าเฝ้าเง๊กเซียนแน่







ไว้ติดตามรุ่นปรับปรุงเร็วๆนี้

2/06/2551

ใกล้วาเลนไทน์และเดธลายแล้ว Q- - Q สู้ครับ


พอดีได้ฟังเพลงที่นิยามความรักเป็นต้นไม้ที่ค่อยๆโต ก็เลยนึกถึงที่พี่แชมป์เคยพูดว่า คนเรามีความสัมพันธ์เรื่องความรักกันสามแบบ คือ
คนรู้จัก เพื่อน แฟน เลยอยากจะลองเปรียบเทียบกับต้นไม้เป็น ต้นกล้า ต้นที่โตขึ้นมา ต้นไม้ใหญ่
แต่ดูเหมือนด้วยสาเหตุบางอย่างที่ไม่สามารถบอก ณ ที่นี้ได้จึงทําให้ไม่ได้ทําอย่างที่คิด
ใกล้วาเลน์ไทน์กันแล้วขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขนะครับ แต่ก่อนอื่นสงสัยต้องผ่า
มรสุมงานลูกใหญ่ด้วยกันก่อน - -"

ข้างล่างจริงๆเป็นซองใส่cd แนวคิดคือไม่ได้ให้วันวาเลน์ไทน์แต่ให้ไปก่อนวันคือวันที่
11เพื่อตรงคนคอนเซ็ป
" คนรู้จัก เพื่อน แฟน "
วันที่11ก็ใส่เรื่องราวตอนที่เป็นคนรู้จักไป
วันที่12ก็ใส่เรื่องราวตอนที่เป็นเพื่อนรู้จักไป
วันที่13ก็ใส่เรื่องราวตอนทเป็นแฟนไป
ส่วนพื้นที่สีขาวด้านล่างเอาไว้ให้เราเขียนหรือฝ่ายตรงข้ามเขียนความรู้สึกลงไป
เพื่อนๆคนไหนสนใจวิธีการลองเอาไปใช้ดูนะครับ
แต่ไม่รับรองผลนะครับ




2/04/2551

(ขอนอกเรื่อง)อยากให้เพื่อนๆทุกคนได้รับการพักผ่อน

อ้างอิงจาก http://www.thairath.com/

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คืนวันก่อนดูรายการสุขภาพรายการหนึ่งทางโทรทัศน์ มีคุณหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานกองทุนง่วงไม่ขับ มาให้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับอันตรายของการง่วง การอดนอนกับการขับรถ ผมฟังแล้วต้องรีบจดข้อมูล เพื่อนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านอีกทอดหนึ่ง

ท่านผู้อ่านครับ การง่วงนอนแล้วขับรถนั้น ไม่ใช่เรื่องความประมาทครับ แต่เป็นเรื่องของความไม่รู้ เพราะฉะนั้นการจะใช้มาตรการทางกฎหมาย (จับปรับ) มาแก้ไขแบบเดียวกับการเมาแล้วขับนั้น ไม่สามารถทำได้ แต่ต้องใช้การให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นการป้องกัน

แล้วอะไรล่ะ คือความรู้ที่ถูกต้องของอันตรายของการขับรถขณะง่วงนอน.....ที่ผ่านมา เราจะรับรู้เพียงว่าการขับรถขณะง่วงนอนนั้น จะทำให้เกิดอาการหลับในได้ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า หากท่านขับรถมาในความเร็ว 90 กม./ชั่วโมง แล้วเกิดอาการวูบหลับในเพียง 4 วินาที อันตรายก็จะเกิดขึ้นได้แล้ว

เพราะชั่วเสี้ยวเวลาเพียง 4 วินาทีนั้น มีการคำนวณแล้วว่า รถจะวิ่งไปได้ระยะทางถึง 100 เมตร....ระยะทาง 100 เมตร ที่รถวิ่งไปโดยไม่มีใครควบคุมนั้น จะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ไม่ว่าจะแหกโค้งชนต้นไม้ วิ่งตกข้างทาง วิ่งชนรถที่สวนทางมา หรือ ฯลฯ

ทุกอย่างที่ยกตัวอย่างมานั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งสิ้น เมื่อรู้ว่า การวูบหลับในขณะขับรถเพราะง่วงเป็นอันตราย (มากๆ) แล้ว ฉะนั้น วิธีป้องกันที่ได้ผลชะงัดที่สุดก็คือ หากง่วงนอนก็อย่าขับรถ.....!!!!!!

ต่อไปก็คือ วิธีป้องกันการง่วงนอนครับ...... คุณหมอท่านบอกว่า การป้องกันการง่วงนอนที่ดีที่สุดก็คือ การนอนให้เพียงพอต่อความต้องการในร่างกาย ทั้งนี้ ในเด็กวัยประถมร่างกายต้องการการนอนวันละ 10 ชม. เด็กวัยรุ่น 9 ชม. ผู้ใหญ่ก็ประมาณวันละ 8 ชม.......นอกจากนี้ ธรรมชาติของร่างกายมนุษย์นั้น นอกจากจะต้องนอนในเวลากลางคืนแล้ว....

คุณหมอท่านยังบอกว่า ในช่วงกลางวันนั้น ร่างกายก็ยังต้องการการนอนด้วยครับ โดยช่วงเวลาที่มนุษย์ปกติจะง่วงนั้นจะตกอยู่ในช่วงบ่ายโมงลงไปถึงเย็น (Mid afternoon) ซึ่งธรรมชาติตรงนี้นี่เองที่เป็นสาเหตุทำให้คนเรามักจะง่วงนอนในช่วงบ่าย จนบางประเทศมีการกำหนดให้มีการนอนหลังอาหารกลางวัน

ธรรมชาติตรงนี้แหละครับ ที่คุณหมอเขาเตือนว่า คนที่ขับรถในช่วงบ่ายในระยะทางไกลๆอาจจะประสบปัญหาแบบนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่อดนอนมาก่อน.....ซึ่งการป้องกันตรงนี้ คุณหมอแนะนำว่า อาจจะใช้วิธีการงีบสั้นๆประมาณ 10 นาที ทั้งนี้การงีบสั้นๆแบบนี้ จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมา แต่อย่านอนยาวนะครับ เพราะตื่นขึ้นมาจะงัวเงีย อาการแบบนอนไม่พอ

หรือจะใช้กาแฟ ป้องกันได้ เพราะกาแฟ มีคาเฟอีนซึ่งเป็นสารเคมีที่จะไปยับยั้ง ทำให้ นอนไม่หลับ.....แต่การดื่มกาแฟก็ต้องมีวิธีที่ถูกต้องครับ นั่นก็คือ ดื่มแล้วต้องรอให้กาแฟออกฤทธิ์ก่อนครับ ถึงจะไปขับ ทั้งนี้ กาแฟจะออกฤทธิ์ภายหลังการดื่มไป 30 นาทีครับ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อย่างไรก็ตามถึงพรุ่งนี้เราจะต้องส่งงานกันแล้วแต่ผมก็คาดหวังให้เพื่อนๆทุกคนได้รับ
การพักผ่อนที่เพียงพอนะครับ


เป็นห่วงเสมอ

จิ้งจอกยอดเภสัช

2/03/2551

ทดลองออกแบบicon จตุคามeffect


ตามหัวข้อนั้นแลเพื่อนๆยังไม่เสร็จดีเท่าไรแต่คงต้องเสร็จไม่งั้นคงเสร็จอาจารย์ TT
ปล.ช่วงเวลานี้รู็สึกได้ถึงพลังขยันของเพื่อนๆหลายคนเป็นพิเศษ


2/02/2551

จตุคามและผลกระทบต่อสังคมในระดับมหภาค


ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้เป็นคนที่มีความเชื่อในเรื่องเครื่องรางของขลังมากนัก
แต่ก็สนใจผลกระทบของพระเครื่องทรงกลมขนาดไม่เกินฝ่ามือที่ทําให้สังคมเกิดการ
เปลี่ยนแปลง ชาวบ้านระดับรากหญ้าละทิ้งอาชีพเสริม เก่าของตัวเอง
ถึง80%เพื่อเป็นพื้นที่สําหรับขายจตุคาม ทุกอาชีพในระดับรากหญ้า
แทบจะต้องนําจตุคามไปเป็นเหมือนอาชีพเสริม

แต่ที่เห็นจะได้ประโยชนืมากที่สุดเห็นจะเป็น คนที่มีอาชีพเกี่ยวข้องโดยตรง
เช่น วัด ผู้ปลุกเสก โรงงานพระเครื่อง ร้านขายพระเครื่อง
ดีไซน์เนอร์จตุคาม ช่างแกะบล็อค ฯลฯ

จตุคามยังทําให้ค่าGDPเพิ่มขึ้นในระดับของจุดทศนิยม ทําให้คนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
แต่ก็เป็นที่น่าเป็นห่วงเมื่อจตุคามถึงจุดอิ่มตัว คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องอาจจะต้องกินมาม่า
แทนหูฉลามก็เป็นได้หากไม่รู้จักเก็บออม