7/06/2551

วันสุดท้ายของฉัน


"ถึงเราจะไม่อยู่ แต่โลกก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เราไม่ได้เอาโลกไปด้วย"

7/05/2551

"ไม่อาจจะใช่ Yes i am not" โดย อ.สันติ




ภาพโปสเตอร์จากhttp://grafiction.blogspot.com/
หลังจากที่เมื่อวานได้มีโอกาสไปสิงอยู่ในงานแล้ว พบว่าตัวงานนอกจากจะเป็นที่น่าสนใจ
ในเชิงของเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสารในเรื่องของการเปรียบเทียบระหว่าง ข้อความบริสุทธ์
ที่จัดอย่างไร้ระเบียบและไม่ได้มีชุดข้อมูลอื่นมารบกวน กับ ข้อความที่
จัดอย่างมีระเบียบแต่มีชุดข้อมูลอื่นมารบกวน ( ตัวหนังสือที่ตัดจาหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ) 


งานของ อ.สันตินอกจากจะสื่อสารที่ในสิ่งที่ตัวเขาเองต้องการจะพูดได้แล้ว ยังก่อให้เกิด
บทสนทนาต่างๆ จากผู้เข้าชมงาน ในตัวหนังสือที่มีชุดข้อมูลเข้ามาก่อกวนในการอ่าน 
แต่ชุดข้อมูลนั้นยังก่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างบุคคลต่างๆ จนเป็นบทสนทนาต่างๆ
หลากหลายในห้องสี่เหลี่ยมที่อัดแน่นไปด้วยชุดข้อมูลต่างๆ
สําหรับเพื่อนๆที่ยังไม่ได้ไปเข้าชมก็ขอเชิญชวนให้เข้าชมกันนะ วันนี้ถึงวันที่ 31 ว่างๆก็ลองหาเวลาไปกันดู
หรือลองดูข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับ ตัวงานและอ.สันติได้ที่นี่http://grafiction.blogspot.com/

6/29/2551

Andy warhol คิงพ็อปอาร์ต


กล่าวถึง Pop Art
 ศิลปะรูปแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษราว ค.ศ. ๑๙๕๔ โดยกลุ่มศิลปินอิสระที่มีนักวิจารณ์ศิลปะชื่อ ลอว์เรนซ์ ฮัลโลเวย์ (Lawrence Alloway) ร่วมอยู่ด้วย และเป็นตัวตั้งตัวตีในการเสนอแนวคิดใหม่ของศิลปินหัวก้าวหน้ากลุ่มนี้ โดยกล่าวว่าพวกเขาได้พบบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ในวัฒนธรรมพื้นบ้านที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา เช่น ภาพโฆษณาสินค้า ภาพการ์ตูน เครื่องหมายจราจร ฯลฯ แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีอิทธิพล และมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และหากพิจารณาให้ดีก็จะพบความงาม และสาระที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างน่าสนใจ ศิลปินกลุ่มนี้สนใจรูปแบบของสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นแต่ปฏิเสธเนื้อหาที่แสดงออกเชิงพาณิชย์ และไม่เชื่อในเรื่องความแตกต่างของรสนิยมดีหรือเลวเพราะถือเป็นสิ่งสมมุติ  อ้างอิง http://www.sarakadee.com
พูดถึง ลุงแอนดี้
Andy หยิบจับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวในชีวิตประจําวันมาจัดวางให้เกิดความน่าสนใจ หลายคนแปลกใจว่าทําไมแค่การเอา
ภาพซุปกระป๋องมาเรียงกันถึงกลายเป็นงานศิลปะที่มีชื่อเสียงได้ ผมก็แปลกใจ
แต่เราต้องอย่าลืมว่าในเมื่อสิ่งที่อยู่รอบตัวเราถูกนํามาอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า " งานศิลปะ "
มันทําให้เราแปลกใจว่าทําไมหนอทําไม จะบอกอะไรหรือ?
ผมว่างานของAndy บอกถึงความเป็นบริโภคนิยมได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าการเอาวัตถุชนิด
เดียวกันมาทําการซํ้า มันยอมบ่งบอกถึงความมากมาย บอกถึงอารมณ์ของเครื่องจักร
บอกว่านี่คือ บริโภคนิยม ซึ่งก็ดูจะตอบโจทย์เรื่องบริโภคนิยมได้เป็นอย่างดี
เพียงแต่ว่าถ้างานนี้ถูกนํามาในยุคนี้ผู้คนจะยังสนใจมันอยู่หรือไม่?

6/27/2551

ถวายความรักแก่โลก


" ฉันเป็นของบกพร่อง ฉันไม่ได้โชคดีเหมือนคนอื่นเขา 
ใครๆว่าฉันไม่ปกติ ฉันชํารุด
ฉันไม่ค่อยยิ้มและดีใจออกนอกหน้า
แต่ความรักที่ฉันมีให้แก่โลกใบนี้
ฉันคิดว่ามันไม่น้อยกว่าใคร "

6/22/2551

ข้อความที่ออกมาจากถุงผ้า :)



นับเป็นสิ่งที่ดีเมื่อเราได้ถือถุงผ้าแล้วเหมือนได้ช่วยโลกใบนี้เอาไว้
แฟชั่นถุงผ้า ชวนให้เราหลงไหลไปกับกระแสบริโภคนิยม
ทุกครั้งถุงผ้าจะพูดออกมาเสมอว่า
"เรารักธรรมชาติ เราต้องการช่วยโลก เราเป็นมิตร"
แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่จะไม่ดีแน่นอนถ้า
เรามัวแต่หลงกับคําเหล่านี้จนลืมจุดประสงค์แท้จริง
ของถุงผ้าไป และมัวแต่ให้ความสนใจกับข้อความที่
ตะโกนออกมาจากกระแสแฟชั่นคนดีที่ถาโถมเข้ามา
จนเจตจํานงที่แท้จริงของถุงผ้าได้ถูกลืมเลือนไป
เลยทดลองทําอะไรเล่นๆ

แน่นอนว่าเราคงไม่อาจสรุปได่้ว่าอะไรถูกผิดไม่สามารถ
บอกให้เลิกพฤติกรรมที่ผิดได้แต่เราสามารถตั้งคําถามให้
กับผู้ใช้ได้คิดต่อเองได้(โหยซึ่งหว่ะ ฮ่าาาๆๆ)



6/21/2551

Display ไทพอกราฟี่ ไทโปกราฟี่ ไทโป๋วกราฟี๋ (ชักมึน)


ไม่มีไรมากทําต้นแบบ font มาเลยเอามาลงไว้งั้นๆ ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไร
คงนั่งทําไปเรื่อยๆไม่รีบมีไรเพิ่มเติมไว้จะมาบอก ส่วนคอนเซ็ปไม่มีไร
มาก แค่อยากจะทํา Display ซักตัวที่ดูเรียบง่ายแต่ไม่แข็งจนเกินไป
คอนเซ็ปอาจจะดุลอยๆแต่จะพยายามคุมให้ดูแล้วเป็นชุดเดียวกันและ
มีคาแร็คเตอร์บางอย่างร่วมกัน(มั้ง)ช่วงนี้คิดงานไม่ออกบอกไม่ถูกหวย


ปล.ขอบคุณ ฟาเชสโก้ โมวาริชชี่ (โม่) สําหรับคําแนะนําต่างๆ
อันนี้เวปของ ฟานเชสโก้ มีสอนทําฟอนต์แถมยังให้โหลดฟรีด้วยเข้าไปดู
กันหล่ะรับรองว่ามีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการครบ5หมู่
http://tirawarit.blogspot.com/

fake plastic trees ต้นไม้ปลอมลองหัวใจ


fake plastic trees ของ radio head วงดังสุดเก๋าจากเกาะอังกฤษถ้าใคร
ได้ดู mv จะรู้ได้ว่าเป็นการแอบเสียดสี บริโภคนิยม (consumerism) อย่าง
สนุกสนานในอารมณ์หม่นๆ จริงๆแล้วผมมีความเชื่อ
ว่าพลังงานมหาศาลศูนย์เสียไปเพราะ consumerismเป็นจํานวนมาก
สิ่งของที่ควรมีแค่ชิ้นหรือสองชิ้นบางคนกลับมี20ชิ้น เช่น กระเป๋า
รองเท้า หรือแม้กระทั่ง ถุงผ้าที่ตั้งใจว่าจะเอามาช่วยกอบกู้โลกมัน
เหมือนการได้เห็นของในหมวดหมู่เดียวกันทําซํ้ากันในจํานวนมากๆ
และการซํ้าก็ไมไ่ด้ก่อใก้เกิดประโยชน์อะไรนอกจากได้รู็สึกว่า
เป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมแฟชั่น หรือกระแสต่างๆ

ใครๆก็เห็นงานของุลงwarhol เราก็เห้นว่ากระป๋องซุปมันเรียงกันยา
วเป็นแถบขนาดไหน มันทําให้รู้สึกว่า โหแมร่งเยอะหว่ะดูเป็นอะไร
ที่อุตสาหกรรมมากๆ ทั้งๆที่ถ้าเราเห็นมันแค่อันเดียวเราก็อาจจะรู้สึกแค่ว่า
"เออรสนี้น่ากินหว่ะ" แต่ในทางกลับกัน ซุปกระป๋องยังดูจะเป็นบริโภคนิยม
น้อยกว่าแฟชั่นหรือกระแสต่างๆในสมัยนี้ ที่หลายอย่างดูจะไร้ซึ่ง
ความจําเป็นในการที่จะนํามาเป็นเจ้าของ ถุงผ้าคงเป็นตัวอย่างที่ดีใน
การที่จะพูดเรื่องนี้ (ใครยังไม่ได้อ่านกลับไปดูตอนข้างล่างเอา)

ทุกอย่างถูกมองข้ามคุณค่าที่แท้จริงไป ถุงผ้าเป็นแค่ตัว
แทนของสัญลักษณ์ของความเป็นคนที่รักโลกเหมือนๆกับที่
องเท้าไนกี้เป็นตัวแทนของความเท่ ดูSport ปราดเปรียว


เรามองความความเป็นถุงผ้ากับความเป็นรองเท้าไป
เราไม่ได้คิดคัานึงถึงคุณประโยชน์ที่แท้จริงหรือจุดประสงค์ของถุงผ้า
เราไม่ได้คิดถึงว่ารองเท้านี้ราคาแพงเกินไปไหมหรือใส่สบายเท้าซักเท่าไร
เพราะเราแค่ยึดติดกับกระแสหรือค่านิยม ไม่ได้ยึดติดกับคุณค่าของสิ่งนั้นๆ
เพราะฉะนั้นระหว่างต้นไม้จริงๆและต้นไม้พลาสติกก็คงจะไม่ต่างอะไรกัน
ถ้าเรามองมันแค่ภายนอกหรือผิวเผิน

mv fake plastic tree
http://www.youtube.com/watch?v=HeowFbvpu0U

6/15/2551

เก็บถุงพลาสติก 1 อาทิตย์คิดไม่ออก

น่าแปลกทีี่คนพยายามจะใช้ถุงผ้าในการช่วยดลกร้อน แต่แปลกที่ไม่เห็นจะลดใช้ถุงพลาสติกกัน ถุงพลาสติก
มีจัานวนที่มากมายราวกับหมู่ดาวในอวกาศ แต่บางใบกลับมีอายุการใช้
งานสั้นกว่าแมงเม่าด้วยซํ้า ถุงพลาสติก
มันถึงล้นโลกกันอยู่ในปัจจุบัน ก็คิดไม่ออกหรอกว่าจะไปช่วยไรได้แค่คิดว่า เออแทนที่จะไปหมกกับถุงผ้าที่ต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ลองเอาถุงพลาสติกที่อายุแสนสั้น มาทําไรได้ไหม
ข้างล่างนี่ก็เป้นภาพถุงพลาสติกที่เก็บได้ในอาทิตย์นี้
จะเห้นได้ว่า
1. สีของพลาสติกมีหลายสี ขาวดํา ขุ่น หรือ ใสมากน้อยต่างดันไป
2. ขนาดสิขนาด ก็ต่างกันไปตามการใช้งานว่าเอาไว้ใส่อะไรก่อนหน้านี้
3. โลโก้และกราฟฟิคทําเท่ทั้งหลายที่แปะเพื่อโฆษณาหรือความที่คิดว่าจะสวยงาม
4. ลักษณะของหูหิ้ว ก็ต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
คือปกติผมจะรวบรวมถุงไ
ว้ห่อขยะไม่เคยจะได้ดูหรอกว่ามันมาจากไหน ก็มีเนี่ยแหละถึงได้มานั่งคิดดู
แต่ถุงพลาสติกเองมีข้อดีเยอะนะมันถึงนิยมกัน ถ้าเราได้เอาถุงพลาสติกมาทํางาน
ก็น่าจะเป้นการไม่ได้เพิ่มภาระให้กับธรรมชาติเวลาที่เราใช้มันมาทํางานออกแบบ
แต่ก็นั้นสิจะเอามันมาทําไร ก็ลองไปค้นๆมาดูก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันแต่อาจจะดูคิดน้อยไปนิด
เช่น กระเป๋าที่ทําจากถุงพลาสติก หรือเอาถุงพลาสติกมามัดรวมกันเพื่อเป็นตัวอะไรซักอย่าง
แต่ก็นะเราคิดว่าถุงพลาสติกมันไมไ่ด้มีกระแสหรือบริโภคนิยมมาครอบงํา
มันซักเท่าไร คนใช้เพราะต้องใช้ ไม่ได้รู้สึกว่า กูถือแล้วเท่ คนอื่นมีถุงพลาสติกแล้วกูอยากมีจัง
ถ้าเกิดนํามันมาสื่อการได้ก็คงดีไม่น้อย

บริโภคนิยมชมชื่น


แฟชั่นของ ถุงผ้า คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของบริโภคนิยมไปแล้ว การที่คนเราต้องการซื้อ ถุงผ้าเพื่อ
ซื้อ สัญญะของความเป็นคนดี เพื่อตอบสนองความ "อยากได้ อยากมี อยากเหมือนคนอื่น" 
อย่างเช่น “อู๊ย จั๊กกะแร้ดำไม่ดีหรอก“ “ผู้ชายชอบผู้หญิงผมสวย” คนขาวสวยกว่าคนดำ จั๊กกะแร้ต้องหอม
ถุงผ้าก็ถูกผูกไปกับระบบนี้เรียบร้อยแล้ว " ไอ้พวกใช้ถุงพลาสติกเอ้ย เชยหว่ะ ไอ้พวกไม่ใช้ถุงผ้าแมร่งไม่มีรสนิยมเลย"
ก้ไม่ใช่ว่าไม่ดีและเราคงแก้ไขอะไรได้ยาก เพียงแต่มันก็ทําให้เราหลงลืมเจตนาที่แท้จริงของถุงผ้า
จึงเกิดวิธีการใช้ที่ผิดๆซึ่งก็ไปกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราคงต้องช่วยกันไม่งั้นถุงผ้าก็จะเป็นเพียงแค่
"ค่านิยม"