7/29/2552

ณ หัวมุมของรถไฟฟ้า




















ปี๊บๆสัญญาณดังขึ้น ประตูรถไฟฟ้าทําการปิดลง อาจจะมีการดังอีกครั้งถ้าหากมีใครพยายาม
จะแทรกตัวด้วยความเร็วสูงเข้ามาช่วงนั้น สิ่งที่ชวนตั้งคําถามคือ มุมเต็มไวจัง 
มุมในที่นี้หมายถึงหัวมุมทั้ง 4 บริเวณรถไฟฟ้า (ดูจากภาพจะเห็นจุดกลมๆสีฟ้านั้นแทนคน
ที่รีบเข้ามุมเมื่อเข้ามายังรถไฟฟ้า) ผมยอมรับว่าผมเป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบมุมและหลายครั้ง
ที่ผมโดนแย่งมุมไป โดยแก่นแท้แล้วมีเพียง 4 คน เท่านั้นทีจะได้รับ โอกาสการ
"เข้ามุมอย่างบริสุทธ์" การเขามุมเป็นคนแรกให้ความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่นและเป็นส่วนตัว
ไม่ว่าใครจะตามมาเข้ามุมทีหลัง (ผู้เข้ามุมเลือดผสม) ก็ไม่อาจได้รับความรู้สึกเท่ากับ
ผู้เข้ามุมบริสุทธิ์ ทําไมต้องมุม? ถ้าถามผมซ่งยังไม่ได้คิดมาให้ละเอียดถี่ถ้วนเพียงแต่
ใช้ความรู้สึกและตรรกะกากๆของตัวเอง คิดว่าน่าจะเกิดจากการอยู่นอกบริเวณ
ระยะการมองเห็นของคนบริเวณที่นั่ง ซึ่งที่นั้นมักจะมีคนนั่งอยู่เสมอและพร้อมที่
จะมองคนเหมือนชมนกชมเหล็กตราบใดที่ผู้ที่ถูกมองยังไม่รู้ตัว การที่คุณได้เข้าไป
ยังสี่มุมนี้ทําให้ตัดปัญหาเหล่านี้ไปได้ไม่มากก็น้อย(ทั้งที่จริงๆถ้าจะมองก็มองเห็นอยู่ดี
นั้นแหละ แต่อย่างน้อยที่สุดคุณก็รู้สึกไปเองว่าคุณไม่ตกเป็นเป้าสายตาประชาชี 

7/27/2552

ความพอดีมากกว่าพอใจ






































สื่่บเนื่องจากการได้ไปนั่งฟังรายการ ดีไซน์ไปบ่นไป (http://www.designpaibonpai.com/) ตอนคุณดวงฤทธ์ บุญนาค
ซึ่งมีการพูดถึงความพอดี ซึ่งตรงนั้นอาจจะไปหาฟังเอาเอง ส่วนที่ผมจะพูดคือ สําหรับผมความพอดีถือเป็นเรื่องที่สําคัญมาก
 เพราะความพอดีมักจะทําให้ผมพอใจและเมื่อพอใจก็มักจะเป็นสุขกับงานที่ทํา เป็นเรื่องยากมากในบางครั้งที่เราจะ
บอกกับตัวเองว่า "เฮ้ยพอละ" บางครั้งเราต้องหักห้ามสัญชาตญาณความอยากปล่อยของ เพื่อให้งานเราเหมาะสม
มากกว่าสมใจ เชื่อว่าความพอดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และความพอดีน่าจะเป็นหนึ่งข้อที่ช่วยในการที่จะ
แบ่งแยกนักออกแบบแตละคนออกจากกัน

7/26/2552

Liverpool day!!







แนะนํารายการพอตคาสท์ ดีไซน์ไปบ่นไป



















design pai bon pai / design ไป บ่นไป / ดีไซน์ไป บ่นไป คือรายการพอดคาสท์ที่เป็นพื้นที่สนทนา
ของนักออกแบบสาขาต่างๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานออกแบบในชีวิตประจำวัน วิชาชีพสายออกแบบ 
และการศึกษาด้านการออกแบบ แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ, นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปเนื้อหาของรายการจะแบ่งเป็น
สองลักษณะ คือ การไปทำความรู้จักกับนักออกแบบหรือบุคคล, องค์กร เพื่อให้เข้าใจที่มาของวิธีคิดและวิธี
ีทำงานของผู้ร่วมรายการ และการหยิบประเด็นหรืองานออกแบบที่น่าสนใจมาคุยกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ดําเนินรายการโดย วีร์ วีรพร

Sad girl around happy object


ORANGE GIRL










































สาวส้มรื่นเริงบนส้มแคลิฟอเนียร์ในตะกร้า
ขนมปังบูด :)

10/30/2551

คุณค่าของบทสวดนั้นคือ?





























(ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับบทความ)
ต้องขอบคุณประเด็นที่น่าสนใจที่ได้มาจากการตั้งคําถามของ
ไอ้เติกห้องเครื่องในเรื่องของบทสวดต่างๆ 
คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่ไหน?  อยู่ที่คําแปลของบทสวด
อยู่ที่สวดไปแล้วจะทําให้ชีวิตเจริญขึ้น หรือสวดไป
แล้วเข้าใจพุทธศาสนามากขึ้น

แต่ผมมองว่าบทสวดมนต์เป็นกุศโลบายเพื่อชักจูง
คนที่อ่านบทสวดได้มีสมาธิด้วยกลวิธีให้อยู่กับการอ่าน 
การทําความเข้าใจการออกเสียง การใช้สมอง
อยู่กับตัวหนังสือที่ไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคยทําให้เรา
มีความพยายามและตั้งสมาธิมากกว่าการที่เราไป
อ่านเนื้อร้องเพลง ละลายของโฟร์-มดแน่นอน

ดังนั้นจึงเป็นการตั้งคําถามว่าจริงๆแล้วแก่นของ
บทสวดมนต์คือการให้ผู้อ่านได้ใช้สมาธิกับมันใช่ไหม?

แต่ถ้าเราลองมองจากพื้นความรู้ทางพระพุทธศาสนา
แน่นอนว่าคําแปลที่บอกว่าอะไรหมายถึงอะไร
ย่อมเป็นสิ่งสําคัญในการสนับสนุนคุณค่าของบทสวด
มากกว่าที่จะเป็นแค่ตัวอักษรที่อ่านไปตามจังหว่ะ
เพื่อทําสมาธิกับมัน 

ผมคิดว่าคําแปลจากบทสวดเองก็มีส่วน
ไปช่วยสนับสนุนให้บทตสวดดูมีนํ้าหนักและ
ทําให้ผู้สวดมีความสนใจในตัวบทสวด
เพราะหากบทสวดเองขาดความหมายแล้ว
ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าจะมีใครหยิบขึ้นมาสวดไหม?

(ขอขอบคุณ เติกห้องเครื่องที่จุดประเด็นคําถาม)


10/15/2551

ตัดสินงานออกแบบ(หัวข้อดูซีเรียสมากมาย)






































หลายครั้งที่เราต้องตัดสินงานออกแบบและหลายครั้ง
ที่เรารีบตัดสินว่า งานไหนดีหรือไม่ดีอย่างไร คงเหมือน
กับเวลาที่เราขึ้นรถเมล์และกระเป๋ารถเมล์พูดว่า 
"ชิดในหน่อยเพ่ ในๆเลยพี่ ช่วยชิดในด้วยครับเพ่"
โดยที่แม่งไม่ดูว่าข้างในอัดกันเยี่ยงปลากระป๋อง
ในซอสมะเขือเทศ บางครั้งการตัดสินงานที่เร็ว
เกินไปโดยไม่มองดูรอบๆให้ดีก่อนคงเป็นการ
กระทําที่เราเคยชินแต่ไม่ควรจะชินซักเท่าไร

งานที่ดีและงานที่สวยไม่เหมือนกัน แต่เรามักมอง
ว่างานที่สวยคืองานที่ดี ทั้งๆที่เราบอกว่าบางที
คนที่สวยอาจจะนิสัยเสีย น่าแปลกดีว่ะ!
เราควรพิจรณาจากอะไร ผมคงบอกแน่ชัดไม่ได้
งานที่สวยอย่างเดียว พอนานๆก็เบื่อ
งานที่มีการใช้งานที่ดีอย่างเดียว ก็ไม่มีอะไรดึงดูดให้ดู
งานที่มีแต่ความเหมาะสมก็ดูจะเนิบๆไปหน่อย

ทั้งสามอย่างน่าจะถูกตวงและชั่งนํ้าหนักกันอย่าง
ลงตัวแล้วนํ้ามาคลุกเคล้าปรุงเป็นงานชิ้นหนึ่ง
ในชีวิตเราต้องตัดสินงานตัวเอง งานคนอื่นอีกมามาย
ไม่ควรมองงานที่ไม่สวยแล้ว พูดว่า " หยี๋ " แล้วเดินจากไป
แต่ควรมองว่างานนั้นมีข้อดีอย่างไรเสียตรงไหน
ถ้าเป็นเราเราจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร น่าจะเป็นประโยชน์
มากกว่า 

บางครั้งที่เรายอมให้รสนิยมส่วนตัวไปตัดสินงาน
ต่างๆซึ่งผมมองว่ามันก็ดีแต่เราไม่ควรใช้มันเป็น
แก่นหลักในการตัดสิน เพราะรสนิยมก็คือรสนิยม
เป็นแค่รสชาติที่เรานิยม คนอื่นอาจจะไม่ได้นิยม
แบบเราก็ได้ไม่ใช่หรอจ๊ะ

จากนี้ไปอย่ารีบด่วนตัดสินงานออกแบบคนอื่นด้วยวิธี
ทําไข่ลวกเหอครับ ค่อยๆมองหลายๆด้านก่อนที่เราจะ
บอกว่างานั้นดีไม่ดีอย่างไร

10/12/2551

จิ๊บๆ ผู้หญิงเป็นนกหรอ

ผมมีความเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเจอกับผู้หญิงที่สามารถพูดภาษานกได้
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมไป B2S (ร้านเครื่องเขียนที่ของชั้นนําครบ+ราคา
ไม่น่าคบ) ได้ไปเข้าคิวเพื่อจะจ่ายเงิน บังเอิญกระดาษเจ้ากรรมดันไปโดน
คุณผู้หญิงวัย 25หน้าตาไม่ค่อยสวย ออกขี้เหร่นิดๆทันใดนั้นผมได้ยิน
เสียงว่า " จิ๊บ " แปลกดีนะครับเหมือนกับมีนกขี้หงุดหงิดมารุมทึ้งหูและ
ระบบประสาทการรับเสียง

หลังจากที่สมองส่วนซิริบั้มของผมทํางานเพื่อระลึกย้อนอดีตไปว่าจริงๆ
เราเองเคยได้ยินเสียงนี้อยู่หลายครั้ง แต่ไม่ได้ตั้งคําถามกับมัน นั้นสิ 
ทําไมต้องจิ๊บ หรือผู้หญิงกับ นก มีความสัมพัทธ์ทางพันธุกรรมอย่าง
ลึกซึ้ง อืม..ไม่น่าใช่ว่ะ ท่านผู้อ่านลองทําเสียงดูนะครับจริงๆแล้ว
มันก็ไม่จิ๊บ!! ซะทีเดียว มันจะเหมือนเอาคําว่าจิ๊บ+แจ๊บ 
เป็นการออกเสียงฟิวชั่นแบบใหม่ตามที่สมัยนี้นิยมการฟิวชั่นของ
ต่างๆ 

น่าแปลกที่เสียงนี้หาได้ยินจากผู้ชายได้น้อยมากหรือเรียก
ได้ว่าไม่เยอะทั้งๆที่ไอ้ที่ผมลองทําดูก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย
ก่ายกองขยะถ้าให้ผมเดานะ ผมเดาว่ามันเกิดจากการสืบต่อ
ทางพฤติกรรมของเพศ ญคือเห็นอาซ้อคนนั้นทําแล้วเกิดการ
ลักจําต่อๆกันโดยไม่ตั้งใจ แต่ที่แน่ๆผลสรุปชัดเจนในเรื่องนี้ยัง
คงไม่มี ถ้าผู้หญิงคนไหนมาอ่านแล้วมีความคิดเห็นหรือข้อเท็จ
จริงกรุณาเมล์มาบอกผมที อยากรู้จริงๆว่ะ
จิ๊บ จิ๊บ......

สัพเพเหระ

ในที่สุดก็ถึงเวลาปลดแอกออกจากบล็อคเก่าที่ยึดติดกับวิชา
ทางการออกแบบเพียงอย่างเดียว สัพเพเหระคืออะไร ถ้าแปลตาม
Dictionary บนคอมผมก็ได้ใจความว่าที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน, ที่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ
จึงเป็นสาเหตุหลักในการนํามาตั้งชื่อบล็อค ซึ่งเนื้อในหรือ บทความก็จะพบได้ว่า
มันกระจายมากคือถ้าผมสนใจอะไรหรืออยากเขียนอะไรก็จะเขียน
ไม่มีหลักประกันแน่ชัดว่าแนวทางของเนื้อหาจะดําเนินไปในแง่มุมไหน
แต่โดนส่วนใหญ่น่าจะมาจากอาการสนใจไอ้เรื่องที่ไม่ควรสนใจ
ยังไงถ้าเริ่มเขียนบทความแล้ว ใครมีความเห็นอะไรก็ช่วยๆกันcommentได้
เออใช่ บทความเกี่ยวกับการออกแบบก็ยังอยู่ไม่ไปไหนเพราะเสียดาย
อยากอ่านย้้อนหลังก็เชิญตามสบายยายไม่ว่า