4/28/2551
Architect 08 interforum booklet หนังสือแดงฉาน!!
4/22/2551
ดูท้องฟ้านั้นสิ!! อัศวินรัตติกาล
แบทแมนภาคนี้มีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆจุดความเป็นดราม่าที่มากขึ้น และใส่ใจในรายละเอียดของอารมณ์ของตัวละครมากกว่าจะโชว์ของเล่นเหมือนในภาคที่ผมดูตอนเด็กๆ ทําให้รู้สึกเหมือนแบทแมนเองก็ไม่ได้ต่างอะไรกับปุถุชนคนธรรมดา ไม่งอก ไม่ใส่กระเทียม




3/19/2551
ซูดๆๆ ยาดมพม่าซ่าจมูกวุ้ย!!

เป็นที่ฮอตฮิตกันมากสําหรับยาดมพม่าฝาเขียวอันนี้ เนื่องด้วยสรรพคุณของมันที่ดมแล้วเหมือนได้restartช่องจมูก นอกจากนั้นแล้วยังมีกลิ่นที่หอมชวนดม แต่ประเด็นที่จะนํามาวิเคราะห์วันนี้ ก็จะขอพูดเกี่ยวกับฉลาดและการออกแบบของเจ้าขวดยาดมพม่าชนิดนี้กันดีกว่าเนอะ

3/16/2551
ห่างหายไปนานกับการเดินทางบนรถตู้เสารีด่วนโทเวย์

หลังจากที่ขี้เกียจกระดิกนิ้วเขียน blog ก็มีในห้วงความคิดว่าอยากจะลงมือเขียนอะไรต่อซักนิดก็ยังดี และก็พยายามบอกกับตัวเองให้เขียนเรื่องต่างๆ ไว้เพื่อrecheckและเตือนความจําตัวเอง
2/25/2551
EcoDesign 2008
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม โครงการ "EcoDesign 2008" ครั้งแรกของประเทศไทย โดยงานนี้
เครือข่ายการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจไทย (Thai Green Design Network: TGDN) ภายใต้การดูแลของศูนย์
เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ร่วมกับ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงไอเดียบรรเจิด
เพื่อร่วมกระตุ้นให้คนไทยหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ภายใต้แนวคิด “การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ เพื่อคุณภาพชีวิตและส่งแวดล้อม” ชิงโล่พระราชทาน และรางวัลรวมกว่า 300,000 บาท โดยการประกวด แบ่งการตัดสินออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
ประเภทที่ 1 นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น/ปลาย หรือเทียบเท่า
ประเภทที่ 2 นิสิต / นักศึกษาระดับอนุปริญญาตรี ปริญญาตรี/โท หรือเทียบเท่า โดยทั้ง 2 ประเภท ส่งผลงานเข้าประกวดในหัวข้อ
“การออกแบบโดยใช้หลักการด้าน 3Rs คือ ลดการใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งในส่วนของพลังงานและวัสดุ”
(Design for 3Rs “Reduce Reuse Recycle” (Material & Energy))
ประเภทที่ 3 ประเภทนักออกแบบอิสระ ประชาชนทั่วไปที่สนใจ
ประเภทที่ 4 ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม บริษัทต่างๆ ซึ่งมีที่ตั้งในประเทศไทย ส่งผลงานประกวดในหัวข้อ “การออกแบบโดยพิจารณา
ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์” (Design based on Life Cycle Thinking Approach)
สำหรับการประกวดในรอบแรก เสนอผลงาน (Concept Paper) เปิดรับตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551
โดยสามารถส่งผลงานได้ทั้งในนามบุคคล หรือในนามทีมไม่เกิน 3 คน ที่ akrapols@mtec.or.th โทร 02-564-6500 ต่อ 4565
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mtec.or.th/EcoDesign2008
2/11/2551
ตู้มมมม..แผนวางระเบิดถล่มสมองตัวเอง - - "
อาทิตย์สุดท้ายแล้วเวลาผ่านไปไวเหมือนโกโก้ครั้นช์ งานนี้แปลกอย่างที่รู็สึกใช้สมองเป็นอย่างมาก
จนถึงกับต้องขอความช่วยเหลือจากดีไกโก้เทพเจ้าเกมตรรกะแต่ก็ยังมีหลายจุดที่ไม่ลงตัวอยู่
ตอนแรกพยายามมองเรื่องความสัมพัทธ์ระหว่างiconแต่พอเอามาแล้วทําให้ข้อจํากัด
ในการระเบิดยากเกินจะหยั่งถึงด้วยสมองจิ้งจอกได้ เลยคิดว่าทําเป็นภาพรวมให้getดีกว่า
แต่ถึงยังงั้นก็ยากอยู๋ดีไม่เชื่อลองเดะ :P
ปล.ขอขอบคุณดีไกโก้ ไว้ ณ ที่นี้
2/07/2551
การทดลองทําครั้งแรกแทบตาย
นอกจากต้องต่อสู้กับโปรแกรมที่ไม่ถนัดเท่าไรแล้ว
ยังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารและตรรกะของเกมอยู่ซึ่งจะต้องรีบปรับปรุงให้
เสร็จเรียบร้อยก่อนวันอังคารไม่งั้นได้เข้าเฝ้าเง๊กเซียนแน่
ไว้ติดตามรุ่นปรับปรุงเร็วๆนี้
2/06/2551
ใกล้วาเลนไทน์และเดธลายแล้ว Q- - Q สู้ครับ



พอดีได้ฟังเพลงที่นิยามความรักเป็นต้นไม้ที่ค่อยๆโต ก็เลยนึกถึงที่พี่แชมป์เคยพูดว่า คนเรามีความสัมพันธ์เรื่องความรักกันสามแบบ คือ
คนรู้จัก เพื่อน แฟน เลยอยากจะลองเปรียบเทียบกับต้นไม้เป็น ต้นกล้า ต้นที่โตขึ้นมา ต้นไม้ใหญ่
แต่ดูเหมือนด้วยสาเหตุบางอย่างที่ไม่สามารถบอก ณ ที่นี้ได้จึงทําให้ไม่ได้ทําอย่างที่คิด
ใกล้วาเลน์ไทน์กันแล้วขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขนะครับ แต่ก่อนอื่นสงสัยต้องผ่า
มรสุมงานลูกใหญ่ด้วยกันก่อน - -"
ข้างล่างจริงๆเป็นซองใส่cd แนวคิดคือไม่ได้ให้วันวาเลน์ไทน์แต่ให้ไปก่อนวันคือวันที่
11เพื่อตรงคนคอนเซ็ป " คนรู้จัก เพื่อน แฟน "
วันที่11ก็ใส่เรื่องราวตอนที่เป็นคนรู้จักไป
วันที่12ก็ใส่เรื่องราวตอนที่เป็นเพื่อนรู้จักไป
วันที่13ก็ใส่เรื่องราวตอนทเป็นแฟนไป
ส่วนพื้นที่สีขาวด้านล่างเอาไว้ให้เราเขียนหรือฝ่ายตรงข้ามเขียนความรู้สึกลงไป
เพื่อนๆคนไหนสนใจวิธีการลองเอาไปใช้ดูนะครับ
แต่ไม่รับรองผลนะครับ
2/04/2551
(ขอนอกเรื่อง)อยากให้เพื่อนๆทุกคนได้รับการพักผ่อน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คืนวันก่อนดูรายการสุขภาพรายการหนึ่งทางโทรทัศน์ มีคุณหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานกองทุนง่วงไม่ขับ มาให้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับอันตรายของการง่วง การอดนอนกับการขับรถ ผมฟังแล้วต้องรีบจดข้อมูล เพื่อนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านอีกทอดหนึ่ง
ท่านผู้อ่านครับ การง่วงนอนแล้วขับรถนั้น ไม่ใช่เรื่องความประมาทครับ แต่เป็นเรื่องของความไม่รู้ เพราะฉะนั้นการจะใช้มาตรการทางกฎหมาย (จับปรับ) มาแก้ไขแบบเดียวกับการเมาแล้วขับนั้น ไม่สามารถทำได้ แต่ต้องใช้การให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นการป้องกัน
แล้วอะไรล่ะ คือความรู้ที่ถูกต้องของอันตรายของการขับรถขณะง่วงนอน.....ที่ผ่านมา เราจะรับรู้เพียงว่าการขับรถขณะง่วงนอนนั้น จะทำให้เกิดอาการหลับในได้ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า หากท่านขับรถมาในความเร็ว 90 กม./ชั่วโมง แล้วเกิดอาการวูบหลับในเพียง 4 วินาที อันตรายก็จะเกิดขึ้นได้แล้ว
เพราะชั่วเสี้ยวเวลาเพียง 4 วินาทีนั้น มีการคำนวณแล้วว่า รถจะวิ่งไปได้ระยะทางถึง 100 เมตร....ระยะทาง 100 เมตร ที่รถวิ่งไปโดยไม่มีใครควบคุมนั้น จะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ไม่ว่าจะแหกโค้งชนต้นไม้ วิ่งตกข้างทาง วิ่งชนรถที่สวนทางมา หรือ ฯลฯ
ทุกอย่างที่ยกตัวอย่างมานั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งสิ้น เมื่อรู้ว่า การวูบหลับในขณะขับรถเพราะง่วงเป็นอันตราย (มากๆ) แล้ว ฉะนั้น วิธีป้องกันที่ได้ผลชะงัดที่สุดก็คือ หากง่วงนอนก็อย่าขับรถ.....!!!!!!
ต่อไปก็คือ วิธีป้องกันการง่วงนอนครับ...... คุณหมอท่านบอกว่า การป้องกันการง่วงนอนที่ดีที่สุดก็คือ การนอนให้เพียงพอต่อความต้องการในร่างกาย ทั้งนี้ ในเด็กวัยประถมร่างกายต้องการการนอนวันละ 10 ชม. เด็กวัยรุ่น 9 ชม. ผู้ใหญ่ก็ประมาณวันละ 8 ชม.......นอกจากนี้ ธรรมชาติของร่างกายมนุษย์นั้น นอกจากจะต้องนอนในเวลากลางคืนแล้ว....
คุณหมอท่านยังบอกว่า ในช่วงกลางวันนั้น ร่างกายก็ยังต้องการการนอนด้วยครับ โดยช่วงเวลาที่มนุษย์ปกติจะง่วงนั้นจะตกอยู่ในช่วงบ่ายโมงลงไปถึงเย็น (Mid afternoon) ซึ่งธรรมชาติตรงนี้นี่เองที่เป็นสาเหตุทำให้คนเรามักจะง่วงนอนในช่วงบ่าย จนบางประเทศมีการกำหนดให้มีการนอนหลังอาหารกลางวัน
ธรรมชาติตรงนี้แหละครับ ที่คุณหมอเขาเตือนว่า คนที่ขับรถในช่วงบ่ายในระยะทางไกลๆอาจจะประสบปัญหาแบบนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่อดนอนมาก่อน.....ซึ่งการป้องกันตรงนี้ คุณหมอแนะนำว่า อาจจะใช้วิธีการงีบสั้นๆประมาณ 10 นาที ทั้งนี้การงีบสั้นๆแบบนี้ จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมา แต่อย่านอนยาวนะครับ เพราะตื่นขึ้นมาจะงัวเงีย อาการแบบนอนไม่พอ
หรือจะใช้กาแฟ ป้องกันได้ เพราะกาแฟ มีคาเฟอีนซึ่งเป็นสารเคมีที่จะไปยับยั้ง ทำให้ นอนไม่หลับ.....แต่การดื่มกาแฟก็ต้องมีวิธีที่ถูกต้องครับ นั่นก็คือ ดื่มแล้วต้องรอให้กาแฟออกฤทธิ์ก่อนครับ ถึงจะไปขับ ทั้งนี้ กาแฟจะออกฤทธิ์ภายหลังการดื่มไป 30 นาทีครับ-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อย่างไรก็ตามถึงพรุ่งนี้เราจะต้องส่งงานกันแล้วแต่ผมก็คาดหวังให้เพื่อนๆทุกคนได้รับ
การพักผ่อนที่เพียงพอนะครับ
เป็นห่วงเสมอ
จิ้งจอกยอดเภสัช
2/03/2551
ทดลองออกแบบicon จตุคามeffect
ตามหัวข้อนั้นแลเพื่อนๆยังไม่เสร็จดีเท่าไรแต่คงต้องเสร็จไม่งั้นคงเสร็จอาจารย์ TT
ปล.ช่วงเวลานี้รู็สึกได้ถึงพลังขยันของเพื่อนๆหลายคนเป็นพิเศษ
