6/29/2551

Andy warhol คิงพ็อปอาร์ต


กล่าวถึง Pop Art
 ศิลปะรูปแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษราว ค.ศ. ๑๙๕๔ โดยกลุ่มศิลปินอิสระที่มีนักวิจารณ์ศิลปะชื่อ ลอว์เรนซ์ ฮัลโลเวย์ (Lawrence Alloway) ร่วมอยู่ด้วย และเป็นตัวตั้งตัวตีในการเสนอแนวคิดใหม่ของศิลปินหัวก้าวหน้ากลุ่มนี้ โดยกล่าวว่าพวกเขาได้พบบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ในวัฒนธรรมพื้นบ้านที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา เช่น ภาพโฆษณาสินค้า ภาพการ์ตูน เครื่องหมายจราจร ฯลฯ แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีอิทธิพล และมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และหากพิจารณาให้ดีก็จะพบความงาม และสาระที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างน่าสนใจ ศิลปินกลุ่มนี้สนใจรูปแบบของสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นแต่ปฏิเสธเนื้อหาที่แสดงออกเชิงพาณิชย์ และไม่เชื่อในเรื่องความแตกต่างของรสนิยมดีหรือเลวเพราะถือเป็นสิ่งสมมุติ  อ้างอิง http://www.sarakadee.com
พูดถึง ลุงแอนดี้
Andy หยิบจับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวในชีวิตประจําวันมาจัดวางให้เกิดความน่าสนใจ หลายคนแปลกใจว่าทําไมแค่การเอา
ภาพซุปกระป๋องมาเรียงกันถึงกลายเป็นงานศิลปะที่มีชื่อเสียงได้ ผมก็แปลกใจ
แต่เราต้องอย่าลืมว่าในเมื่อสิ่งที่อยู่รอบตัวเราถูกนํามาอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า " งานศิลปะ "
มันทําให้เราแปลกใจว่าทําไมหนอทําไม จะบอกอะไรหรือ?
ผมว่างานของAndy บอกถึงความเป็นบริโภคนิยมได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าการเอาวัตถุชนิด
เดียวกันมาทําการซํ้า มันยอมบ่งบอกถึงความมากมาย บอกถึงอารมณ์ของเครื่องจักร
บอกว่านี่คือ บริโภคนิยม ซึ่งก็ดูจะตอบโจทย์เรื่องบริโภคนิยมได้เป็นอย่างดี
เพียงแต่ว่าถ้างานนี้ถูกนํามาในยุคนี้ผู้คนจะยังสนใจมันอยู่หรือไม่?

6/27/2551

ถวายความรักแก่โลก


" ฉันเป็นของบกพร่อง ฉันไม่ได้โชคดีเหมือนคนอื่นเขา 
ใครๆว่าฉันไม่ปกติ ฉันชํารุด
ฉันไม่ค่อยยิ้มและดีใจออกนอกหน้า
แต่ความรักที่ฉันมีให้แก่โลกใบนี้
ฉันคิดว่ามันไม่น้อยกว่าใคร "

6/22/2551

ข้อความที่ออกมาจากถุงผ้า :)



นับเป็นสิ่งที่ดีเมื่อเราได้ถือถุงผ้าแล้วเหมือนได้ช่วยโลกใบนี้เอาไว้
แฟชั่นถุงผ้า ชวนให้เราหลงไหลไปกับกระแสบริโภคนิยม
ทุกครั้งถุงผ้าจะพูดออกมาเสมอว่า
"เรารักธรรมชาติ เราต้องการช่วยโลก เราเป็นมิตร"
แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่จะไม่ดีแน่นอนถ้า
เรามัวแต่หลงกับคําเหล่านี้จนลืมจุดประสงค์แท้จริง
ของถุงผ้าไป และมัวแต่ให้ความสนใจกับข้อความที่
ตะโกนออกมาจากกระแสแฟชั่นคนดีที่ถาโถมเข้ามา
จนเจตจํานงที่แท้จริงของถุงผ้าได้ถูกลืมเลือนไป
เลยทดลองทําอะไรเล่นๆ

แน่นอนว่าเราคงไม่อาจสรุปได่้ว่าอะไรถูกผิดไม่สามารถ
บอกให้เลิกพฤติกรรมที่ผิดได้แต่เราสามารถตั้งคําถามให้
กับผู้ใช้ได้คิดต่อเองได้(โหยซึ่งหว่ะ ฮ่าาาๆๆ)



6/21/2551

Display ไทพอกราฟี่ ไทโปกราฟี่ ไทโป๋วกราฟี๋ (ชักมึน)


ไม่มีไรมากทําต้นแบบ font มาเลยเอามาลงไว้งั้นๆ ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไร
คงนั่งทําไปเรื่อยๆไม่รีบมีไรเพิ่มเติมไว้จะมาบอก ส่วนคอนเซ็ปไม่มีไร
มาก แค่อยากจะทํา Display ซักตัวที่ดูเรียบง่ายแต่ไม่แข็งจนเกินไป
คอนเซ็ปอาจจะดุลอยๆแต่จะพยายามคุมให้ดูแล้วเป็นชุดเดียวกันและ
มีคาแร็คเตอร์บางอย่างร่วมกัน(มั้ง)ช่วงนี้คิดงานไม่ออกบอกไม่ถูกหวย


ปล.ขอบคุณ ฟาเชสโก้ โมวาริชชี่ (โม่) สําหรับคําแนะนําต่างๆ
อันนี้เวปของ ฟานเชสโก้ มีสอนทําฟอนต์แถมยังให้โหลดฟรีด้วยเข้าไปดู
กันหล่ะรับรองว่ามีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการครบ5หมู่
http://tirawarit.blogspot.com/

fake plastic trees ต้นไม้ปลอมลองหัวใจ


fake plastic trees ของ radio head วงดังสุดเก๋าจากเกาะอังกฤษถ้าใคร
ได้ดู mv จะรู้ได้ว่าเป็นการแอบเสียดสี บริโภคนิยม (consumerism) อย่าง
สนุกสนานในอารมณ์หม่นๆ จริงๆแล้วผมมีความเชื่อ
ว่าพลังงานมหาศาลศูนย์เสียไปเพราะ consumerismเป็นจํานวนมาก
สิ่งของที่ควรมีแค่ชิ้นหรือสองชิ้นบางคนกลับมี20ชิ้น เช่น กระเป๋า
รองเท้า หรือแม้กระทั่ง ถุงผ้าที่ตั้งใจว่าจะเอามาช่วยกอบกู้โลกมัน
เหมือนการได้เห็นของในหมวดหมู่เดียวกันทําซํ้ากันในจํานวนมากๆ
และการซํ้าก็ไมไ่ด้ก่อใก้เกิดประโยชน์อะไรนอกจากได้รู็สึกว่า
เป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมแฟชั่น หรือกระแสต่างๆ

ใครๆก็เห็นงานของุลงwarhol เราก็เห้นว่ากระป๋องซุปมันเรียงกันยา
วเป็นแถบขนาดไหน มันทําให้รู้สึกว่า โหแมร่งเยอะหว่ะดูเป็นอะไร
ที่อุตสาหกรรมมากๆ ทั้งๆที่ถ้าเราเห็นมันแค่อันเดียวเราก็อาจจะรู้สึกแค่ว่า
"เออรสนี้น่ากินหว่ะ" แต่ในทางกลับกัน ซุปกระป๋องยังดูจะเป็นบริโภคนิยม
น้อยกว่าแฟชั่นหรือกระแสต่างๆในสมัยนี้ ที่หลายอย่างดูจะไร้ซึ่ง
ความจําเป็นในการที่จะนํามาเป็นเจ้าของ ถุงผ้าคงเป็นตัวอย่างที่ดีใน
การที่จะพูดเรื่องนี้ (ใครยังไม่ได้อ่านกลับไปดูตอนข้างล่างเอา)

ทุกอย่างถูกมองข้ามคุณค่าที่แท้จริงไป ถุงผ้าเป็นแค่ตัว
แทนของสัญลักษณ์ของความเป็นคนที่รักโลกเหมือนๆกับที่
องเท้าไนกี้เป็นตัวแทนของความเท่ ดูSport ปราดเปรียว


เรามองความความเป็นถุงผ้ากับความเป็นรองเท้าไป
เราไม่ได้คิดคัานึงถึงคุณประโยชน์ที่แท้จริงหรือจุดประสงค์ของถุงผ้า
เราไม่ได้คิดถึงว่ารองเท้านี้ราคาแพงเกินไปไหมหรือใส่สบายเท้าซักเท่าไร
เพราะเราแค่ยึดติดกับกระแสหรือค่านิยม ไม่ได้ยึดติดกับคุณค่าของสิ่งนั้นๆ
เพราะฉะนั้นระหว่างต้นไม้จริงๆและต้นไม้พลาสติกก็คงจะไม่ต่างอะไรกัน
ถ้าเรามองมันแค่ภายนอกหรือผิวเผิน

mv fake plastic tree
http://www.youtube.com/watch?v=HeowFbvpu0U

6/15/2551

เก็บถุงพลาสติก 1 อาทิตย์คิดไม่ออก

น่าแปลกทีี่คนพยายามจะใช้ถุงผ้าในการช่วยดลกร้อน แต่แปลกที่ไม่เห็นจะลดใช้ถุงพลาสติกกัน ถุงพลาสติก
มีจัานวนที่มากมายราวกับหมู่ดาวในอวกาศ แต่บางใบกลับมีอายุการใช้
งานสั้นกว่าแมงเม่าด้วยซํ้า ถุงพลาสติก
มันถึงล้นโลกกันอยู่ในปัจจุบัน ก็คิดไม่ออกหรอกว่าจะไปช่วยไรได้แค่คิดว่า เออแทนที่จะไปหมกกับถุงผ้าที่ต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ลองเอาถุงพลาสติกที่อายุแสนสั้น มาทําไรได้ไหม
ข้างล่างนี่ก็เป้นภาพถุงพลาสติกที่เก็บได้ในอาทิตย์นี้
จะเห้นได้ว่า
1. สีของพลาสติกมีหลายสี ขาวดํา ขุ่น หรือ ใสมากน้อยต่างดันไป
2. ขนาดสิขนาด ก็ต่างกันไปตามการใช้งานว่าเอาไว้ใส่อะไรก่อนหน้านี้
3. โลโก้และกราฟฟิคทําเท่ทั้งหลายที่แปะเพื่อโฆษณาหรือความที่คิดว่าจะสวยงาม
4. ลักษณะของหูหิ้ว ก็ต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
คือปกติผมจะรวบรวมถุงไ
ว้ห่อขยะไม่เคยจะได้ดูหรอกว่ามันมาจากไหน ก็มีเนี่ยแหละถึงได้มานั่งคิดดู
แต่ถุงพลาสติกเองมีข้อดีเยอะนะมันถึงนิยมกัน ถ้าเราได้เอาถุงพลาสติกมาทํางาน
ก็น่าจะเป้นการไม่ได้เพิ่มภาระให้กับธรรมชาติเวลาที่เราใช้มันมาทํางานออกแบบ
แต่ก็นั้นสิจะเอามันมาทําไร ก็ลองไปค้นๆมาดูก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันแต่อาจจะดูคิดน้อยไปนิด
เช่น กระเป๋าที่ทําจากถุงพลาสติก หรือเอาถุงพลาสติกมามัดรวมกันเพื่อเป็นตัวอะไรซักอย่าง
แต่ก็นะเราคิดว่าถุงพลาสติกมันไมไ่ด้มีกระแสหรือบริโภคนิยมมาครอบงํา
มันซักเท่าไร คนใช้เพราะต้องใช้ ไม่ได้รู้สึกว่า กูถือแล้วเท่ คนอื่นมีถุงพลาสติกแล้วกูอยากมีจัง
ถ้าเกิดนํามันมาสื่อการได้ก็คงดีไม่น้อย

บริโภคนิยมชมชื่น


แฟชั่นของ ถุงผ้า คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของบริโภคนิยมไปแล้ว การที่คนเราต้องการซื้อ ถุงผ้าเพื่อ
ซื้อ สัญญะของความเป็นคนดี เพื่อตอบสนองความ "อยากได้ อยากมี อยากเหมือนคนอื่น" 
อย่างเช่น “อู๊ย จั๊กกะแร้ดำไม่ดีหรอก“ “ผู้ชายชอบผู้หญิงผมสวย” คนขาวสวยกว่าคนดำ จั๊กกะแร้ต้องหอม
ถุงผ้าก็ถูกผูกไปกับระบบนี้เรียบร้อยแล้ว " ไอ้พวกใช้ถุงพลาสติกเอ้ย เชยหว่ะ ไอ้พวกไม่ใช้ถุงผ้าแมร่งไม่มีรสนิยมเลย"
ก้ไม่ใช่ว่าไม่ดีและเราคงแก้ไขอะไรได้ยาก เพียงแต่มันก็ทําให้เราหลงลืมเจตนาที่แท้จริงของถุงผ้า
จึงเกิดวิธีการใช้ที่ผิดๆซึ่งก็ไปกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราคงต้องช่วยกันไม่งั้นถุงผ้าก็จะเป็นเพียงแค่
"ค่านิยม"

6/14/2551

เดินวน ๆๆ


หลังจากที่บทความที่แล้วได้นําเสนอถึงเรื่องถุงผ้าไป ทีนี้ก็จะลองย้อนกลับไปกันว่าทําไมถึงเกิดถุงผ้าขึ้นมา
จนเป็นกระแสได้ วันนี้เราจะเดินวนกลับไปดูที่ถุงพลาสติกกัน
ข้างล่าง(ตัวอักษรแดง)เป็นข้อมูลคร่าวๆไม่อยากอ่านก็ข้ามไปได้เลย

          • ถุงพลาสติกเป็นสิ่งประดิษฐ์สุดวิเศษ น้ำหนักเบาในยุค 1960 ซึ่งพัฒนาขยายผลมาจาก เซลลูลอยด์ ที่สังเคราะห์ขึ้นจากความต้องการหาวัสดุทดแทนงาช้าง ในการผลิตลูกบิลเลียดในช่วงปี 1868
          •
ถุงพลาสติกเป็นของใช้ยอดนิยมของคนทั่วโลก ในปัจจุบัน มียอดการใช้ 5 แสนล้าน ถึงล้านล้านใบต่อปี หรือเฉลี่ยทุก 1 นาทีมีการใช้ถุงหิ้วอย่างน้อย 1 ล้านใบ (เฮือก!)
          • และจำนวน 5 แสนล้านใบนี้ ต้องใช้พลังงานการผลิตจากน้ำมันจำนวน 9 พันล้านลิตร เทียบให้ชัดคือ พลังงานที่ใช้ผลิตถุงพลาสติก 8.7 ใบ สามารถเปลี่ยนไปเป็นน้ำมันให้รถวิ่งได้ไกล 1 กิโลเมตร
          • ถุงพลาสติกเป็นของใช้ที่มีอายุการใช้งานสั้น พร้อมเป็นขยะทันทีหลังการใช้ แต่ใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึง 450 ปีเป็นอย่างน้อย (ซ้ำ)
          • ถุงพลาสติกหูหิ้ว แม้จะเป็นชนิดที่นำไปรีไซเคิ้ลได้ แต่ปัจจุบันมีการนำกลับไปรีไซเคิ้ลน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนที่ผลิตออกไป จากการสำรวจพบว่าทุกตารางกิโลเมตรทั่วโลกจะมีขยะพลาสติกราว 46,000 ชิ้น
          • ทุกปีผู้คนจับจ่ายซื้อของทั่วโลกใช้ถุงพลาสติก 10,000 ล้านใบต่อปี ซึ่งจะต้อง ใช้เวลา ย่อยสลาย นานกว่า 1,000 ปี
          • ถุงพลาสติก 1.6 ล้านใบ นำไปเรียงเป็นเส้นรอบวงโลกได้ 1 รอบ (นับเพื่อ? แต่ก็เฮือกก)
          • ทุก 1 ตารางไมล์ จะพบถุงพลาสติก 46,000 ใบลอยในมหาสมุทร ซึ่งส่งผลให้แต่ละปีมีนกทะเลตาย 1 ล้านตัว และสัตว์ทะเลอื่นๆจำนวน 100,000 ตัว และปลาอีกนับไม่ถ้วน (เซฟดู๊ดนก ดู๊ดสัตว์ละเล ดู๊ดปลา)
          • แต่ละปีมีเต่าทะเล และสัตว์น้ำจำนวนมาก ตายจากการกินพลาสติก เพราะคิดว่าเป็นอาหาร เช่น แมงกะพรุน
          • ถุงพลาสติกที่คนไทยใช้ในหนึ่งปีนั้น ถ้าเอามาต่อกัน จะได้เป็นระยะทางเท่ากับ เดินทางไปกลับดวงจันทร์ 7 รอบเลยทีเดียว

สรุปง่ายๆก็คือถุงพลาสติกมันสะดวกและมันก็มีต้นทุนที่ไม่แพง และมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการใส่ของได้เป็นอย่างดีจึงไม่ได้แปลเลยว่าทําไมมันถึงนิยมเหมือนพวกมัธยมนิยมชมชอบพวกกอฟท์-ไมค์ แต่ก็นั้นแหละข้อเสียของมันต่อโลกสุดแสนสวยงามใบนี้ทําให้ผู้คนต่างอยากจะลดจํานวนประชากรถุงพลาสติกลง และจึงเป็นที่มาของ " ถุงผ้า " ที่สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาในภายหลัง

เราพยายามตั้งคําถามว่าทําไมหนอทําไม ต้องถุงผ้า? ทั้งๆที่ไอ้ถุงพลาสติกบางอันก็เขียนอยู่เสมอว่าให้นํามันกลับมาใช้ใหม่ อาทิตย์นี้ก็เลยเริ่มสะสมถุงพลาสติกมาเพื่อหาคําตอบว่ามีเหตุผลอะไรบ้างถึงทําให้คนไม่อยากนําถุงพลาสติกมาใช้ใหม่ในฐานะของถุงใส่ของที่เราถือไปไหนมาไหน แทนที่จะโดนแปลสถานะไปเป็นแค่ถุงใส่ขยะ ติดตามต่อตอนหน้านะจ๊ะ

6/12/2551

ปีกผีเสื้อจังโก้จริง


------------------------------------------------------------------------------------------

ไม่มีไรมากก็แค่ออกแบบ Pattern จาก Anatomy ของปีกผีเสื้อมา โดยที่ระบบความคิด
ในการออกแบบน่าจะอยู่ที่การแยกส่วนลายของปีผีเสื้อมาตัดทอนและทําเป็น
Pattern ขี้เกียจพิมพ์เยอะละดูไปเพลินๆอย่าคิดมากลากแล้วจะถลอก

-----------------------------------------------------------------------------------------

6/07/2551

การมองบริบทของต้นไม้ กับมุมมองของคนอยากสําคัญ


ผมเคยคิดเสมอว่าทําไมตัวเองไม่เคยคิดที่จะรักต้นไม้และพวกอะไรเขียวๆที่คน
และสื่อ
พยายามประโคมให้รู้สึกรัก อาจจะเป็นเพราะเวลาที่เรานึกถึงต้นไม้
เราก็นึกแค่ว่า
เป็นต้นไม้ เป็นอะไรเขียวๆไม่เคยมีใครเอาป้าย
มาแปะในต้นไม้ว่า

ต้นไม้ชนิดนี้จุดนํ้าได้ 75,000 แกลลอน ผลิต อ็อกซิเจนได้เท่าไร
เรามักจะมองต้นไม้จากสิ่งที่ตาเราเห็นเสมอ เราไม่ได้มองต้นไม้แล้วเห็น
เป็น อ๊อกซิเจน ไม่ได้มองเห็นเป็นปริมาณฝนที่จะตกลงมา
ไม่ได้มองเห็นชีวิตอื่นนอกจากเราที่อาศัยพักพิงกับต้นไม้
อีกอย่างความรู้สึกที่ไม่อยากจะร่วมมือเป็นคนรักโลกเพราะยังมีความคิด
ในหัวที่ติดอยู่ว่า

" เฮ้ย !! แค่ขาดเราไปคนเดียวก็ไม่เป็นไรหรอก
คนในโลกตั้งเยอะแยะให้มันช่วยๆกันเถอะ "

ซึ่งผมคงต้องยอมรับว่าคิดงั้นจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับอีกด้วยว่าถ้ามีคนแบบผม
เยอะๆโลกน่าจะชิบหายจนคอมพิวเตอร์ไม่ทํางาน(มุข)

ความรู้สึกที่อยากจะเป็นคนสําคัญในการช่วยโลกได้หมดไปเพราะจํานวน
คนที่จะทําได้มีมากเหลือเกินจนเหมือนเราไม่จําเป็นต้องเข้าไปยุ่ง
เหมือนไม่ได้มีส่วนสําคัญกับเรื่องนี้

ผมค่อนข้างมีความมั่นใจว่าน่าจะมีคนที่มีความรู้สึกแบบผม
และก็น่าจะออกแบบอะไรซักอย่างเพื่อช่วยเยียวยา
ความรู้สึกนี้ได้(มั้ง)ไม่รู้ว่าพอจะเป็นโครงการณ์ได้หรือเปล่าหน่ะสิ
ปล.ที่แน่ๆจะไม่จบงานเป็นโมชั่นหัวเด็ดเผ็ดเปรี้ยวเพราะทําแล้วไม่มีความสุข