12/02/2550

เล็ต-ทอคล์-อะ-เบาวน์ บริบทกับการรับรู้

การตีลังการคิด โดยนําหัวจิ้มลง ณ ปลายเตียงแล้วนํา เท้านั่งท่าขัดสมาธิเพชรไมไ่ด้ช่วยให้ผมคิดอะไรออกมาได้เพิ่มเติมจากครั้งที่แล้ว นับเป็นบุญที่วันอังคารที่จะถึงนี้มีการสัมนาทางการออกแบบซึ่ง นั่นเป็นสาเหตุทําให้ผมต้องไปคุยกับพี่แชมป์ซึ่งได้รับคะแนนโหวตอย่างล้นหลามให้เป็นพิธีกรคู่กับน้องอีกซักคน เพื่อคอยชงคําถามอุ่นๆให้กับวิทยากร หลังจากที่เราถกเถียงเขียงหมูเรื่องหัวข้อที่ถูกเหล่าสมาชิกในห้องที่ใช้โปรแกรม msn คุยกัน (รอบ2) เราก็ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับหัวข้อจํานวนหนึ่ง พร้อมทั้งคําถามบางอย่างที่พวกเราช่วยกันคิดก็คิดไม่ออกและก็ไม่รู้จะมีคําตอบไหม (สนุกแน่)




จากนั้นพี่แชมป์ก็กล่าวกับผมว่า “ เนทเมิงตันใช่ไหม ? “ ผมก็พยักหน้างึกๆแบบลูกไก่ที่เพิ่งกะเทาะเปลือกออกมา จากนั้นเราก็เลยถกเถียงหันเรื่องหัวข้อของแต่ละคน โดยมี ผม พี่แชมป์ที่เคารพ และไอ้เติกร์ น่าแปลกที่เราคุยกันนานมากจนห้องสมุดจะปิดโดยที่รู้สึกโครตมันส์เลย มีบางอย่างที่ตล
กก็คือ พออีกสองคนคิดเรื่องของคิดคนมักจะมีไอเดียที่ไหลลื่นกว่า เช่น ถ้าผมกับไอ้เติกริ์คิดเรื่อง folder ของพี่แชมป ์สมองจะขับเคลื่อนไปด้วยความเร็วสูงและ มีคําพูดมากมายหลั่งไหลออกมาโดยไม่ค่อยมีการหยุดจังหว่ะนานๆให้เห็นซักเท่าไร ก็น่าแปลกดี



เอาหล่ะมาเข้าเรื่องซักที เวลาที่เพื่อนๆเห็นสิ่งรอบตัวเคยสงสัยบ้างไหมว่า เรามองมันในแง่ไหน
ในวิชาปรัชญา John Loow กล่าวไว้ว่า (กรุณานึกท่า การนํามือสองมือขึ้นมาแล้วชูนิ่วกลางกับนิ้วชี้ พร้อมทั้งขยับขึ้นลงสองครั้ง ) คุณสมบัติของสิ่งของแต่ละสิ่งประกอบด้วย ปฐมภูมิ คือ คุณสมบัติที่ติดมากับสิ่งนั้นๆตั้งแต่แรก เช่น รูปร่าง การกินที่ ทุติยภูมิ คือ คุณสมบัติที่เกิดจากการรับรู้ของคนที่ไปพบเห็นสิ่งสิ่งนั้น เช่น กลิ่น เสียง



เพื่อนๆเคยสงสัยไหมว่า ทําไมเราถึงมองไฟจราจรเป็นไฟจราจร ทําไมเราไม่มองมันเป็นวงกลม
หรือทําไมเราไม่มองเค้กเป็นสามเหลี่ยม นั้นก็เพราะว่าเรามีการเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าสิ่งสิ่งนั้น มีหน้าที่อะไรและเรามองมันในแง่อื่นที่ไม่ใช่เรื่องของ form การได้รับความรู้น่าจะเกิดจาก
ประสบการณ์และเหตุผล



การที่ประสาทสัมผัสของเรารับอะไรเข้ามาและผ่านเหตุผล12หมวดในสมอง จากนั้นจึงกลั่นมันออกมาในรูปแบบของ Phenomena (สภาพของความเป็นจริงที่ปรากฏ) และนํา สภาพความเป็นจริงมาคิดวิเคราะห์เพื่อสังเคราะห์ออกมาเป็น Nuumena (ความจริงเบื้องหลังปรากฏการณ์) ซึ่งทําให้เรารู้และเข้าใจสิ่งสิ่งหนึ่งมากกว่าแค่เรื่องของ form ถ้าเพื่อนๆสนใจ
ลองทดสอบจิตํานึกตัวเองง่ายๆด้วยการหาสิ่งของที่มีform ของเรขาคณิตชัดเจน และนํามาถามกับตัวเองว่า แท้จริงแล้วเรามองมันจากอะไร จะสนุกยิ่งขึ้นหากเพื่อนๆมีการเดินทางและนําเรื่องนี้คิดไปตลอดทางก็จะพบว่าจริงๆแล้วเรื่องนี้มันมีอยู่เต็มรอบตัวไปหมด

ไม่มีความคิดเห็น: