11/25/2550

จู่โจม,ทําลาย และเปิดศึกเต็มรูปแบบกับความหมายของขัน

อันนี้เป้นงานของวิชา computer art โดยเป็นงานกลุ่ม4คน(ผม ฟานเชสโก้ สะเดา ไอ้ไหว่)
โดยโจทย์ที่เราได้รับคือ Deconstruction การทําลายของบางสิ่งบางอย่างและนํามารวมให้เกิดสิ่งใหม่ๆ
ซึ่งสนุกชิบแชบเลยหล่ะ :)

โดยมีขั้นตอนการทํางานคร่าวๆดังนี้

1. ทำความเข้าใจกับโจทย์ วิเคราะห์และหาความเป็นไปได้

โดยมีรายชื่อสิ่งที่คิดจะทำดังนี้
- เนื้อเรื่อง - หลังจากลองทําไปนิดนึงก็พบสิ่งที่น่าสนใจที่พร้อมจะทําการเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างได้
- ภาพยนตร์ - คิดกันว่าคนน่าจะทำเยอะแล้วเลยตัดทิ้ง
- MV - เหตุผลเช่นเดียวกัยภาพยนตร์
- เสื้อผ้า - ลองทำไปแล้วแต่ไม่น่าสนใจเลย (อาจารย์ก็เห็นด้วยว่าอย่าเลย)
- รูป - ในกลุ่มไม่สนใจจะทำ (ส่ายหน้าเหมือนเจอโจทย์แคลคูลัส)
- สัตว์ - ตอนแรกคิดว่าเจ๋งมาก แต่คิดๆดูอีกทีก็พบว่ามีคนทำแล้ว เช่น คิเมร่า
- ต้นไม้ - จริงๆน่าสนใจ แต่พอดีความเห็นไม่ตรงกันรวมทั้งคิดว่าระยะเวลาในการทําไม่น่าจะพอเลยตัดทิ้งไป

2. เลือกหัวข้อที่สนใจมากที่สุด

โดยกลุ่มตัดสินใจกันว่าจะเลือกทําเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง

หลังจากนั้นเริ่มระดมความคิดเพื่อหาคำที่น่าสนใจโดยโจทย์อยู่ที่การหาคำที่มี
ความหมาย(พ้องรูป)หลายๆแบบ ดังนี้

- คน - ขัน - หมู
- สี - ดาว - เป้า
- ตา - ไก่ - โจ๊ก
- เสีย - หลัง - ชา
- มัน

จากนั้นเลือกสองคำที่สนใจมาทดลอง โดบหาบทความในความหมายต่างๆ
มาตัดและลองต่อให้เกิดเรื่องที่น่าสนใจ เพื่อสร้างความแปลกใหม่
และนำไปสู่ประเด็นทางการออกแบบ โดยใช้คำว่า "ขัน"และ"มัน"
มาทำการทดลอง ปรากฏว่าคำว่า "ขัน" มีความน่าสนใจกว่า
จึงได้นำมาพัฒนาต่อ

3. พัฒนาเนื้อเรื่องให้น่าสนใจ

ขั้นแรก แยกความหมายออกเป็น 5 แบบ ตามโจทย์
- ขันตักน้ำ
- ไก่ขัน
- นกเขาไม่ขัน
- ขบขัน
- ขันน๊อต

และนำบทความมาตัดและต่อในรูปแบบต่างๆจน
ได้เนื้อความที่น่าสนใจ ดังนี้

คัดประโยคต่างๆที่สนใจออกมา

- พระเกจิอาจารย์ตั้งแต่โบราณนิยมสร้างขันน้ำพระพุทธมนต์
- ควรใช้ขันตักอาบหรือใช้ฝักและในขณะทำการฟอกสบู่ควรปิดก๊อกน้ำไว้ก่อน
- ไม่นานเสียงไก่ขันก็รับกันเป็นทอดๆ
- ไก่ตัวนี้รู้จักเวลาขันมากที่จะพูดว่า "ไม่ว่าพยายามแค่ไหนก็ตาม"
ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มฝึกจนเหงื่อออกเลยด้วยซ้ำ
- ฝันว่าได้จับขันตักน้ำหรือเอาขันตักน้ำราดอาบตนเอง ทายว่าจะหมดเคราะห์
- ภาวะนกเขาไม่ขันที่มีสาเหตุมาจากการขาดฮอร์โมนพบเพียงร้อยละ5ของทั้งหมด
- ภาวะนกเขาไม่ขันเป็นเพียงปลายเหตุ เพราะที่จริงแล้วการที่ผู้ชายจะเกิดภาวะเช่นนี้
ส่วนใหญ่มักจะมีโรคที่เป็นต้นเหตุแอบซ่อนอยู่
- ท่ายควรขันน้อตล้อให้แน่นเท่าที่ขนาดของประแจประจำรถของท่ายจะถอดได้
- ทีนี้ก็มาขันน้อตแกนเพลากับดุมล้อแล้วครับ โดยให้หาผู้ช่วยเหยียบเบรคไว้
แล้วขันน้อตล้อเพลากับดุมล้อให้แน่นเลยครับ
- เป็นสิ่งที่น่าขบขันของสังคมไปเสียอย่างนั้น

นําประโยคต่างๆที่สนใจมาประกอบเข้าด้วยกันดังนี้ (ตัวหนาส้ม)

เรื่องที่น่าขัน น่าที่จะพูดว่าขันน้ำลายขุดใบนี้ ใช้การอะไรไม่ได้แล้ว
ไม่นานเสียงไก่ก็ขันตักน้ำราดอาบตนเอง พระเกจิอาจารย์สมัย
ตั้งแต่โบราณนิยมสร้างขันตักน้ำหรือใช้ฝักบัวและในขณะที่เขาเห็น
เด้กหญิงคนนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ริมฝั่ง "เธอร้องให้ทำไมหรือ?"
ชาลีถาม "ขันน้ำของฉันหาย" เด็กหญิงตอบ "ญาติเป็นคนให้
ขันน้ำรูปครึ่งวงกลมและกรวยกรอกน้ำมีเส้นผ่าศูนย์กลางของ
ปากขันน้ำใบนี้เคลือบด้วยรักหรือรักจึงเป็นสีดำ


นกเขาไม่ขันที่มีสาเหตุมาจากไก่ขันยามตัวหนึ่ง
ไก่ตัวนี้ไม่รู้จักเวลาขันของสังคมไปเสียอย่างนั้น
เพราะที่จริงแล้วกินรักษานกเขาไม่ขันน้อตล้อให้แน่นเท่าที่
ขนาดของประแจประจำรถของท่านจะถอดได้
แต่ก็มีสิ่งที่น่าขบขันตักอาบน้ำหรือใช้ฝักบัวและในขณะทำการฟอกสบู่
พระเกจิอาจารย์ตั้งแต่โบราณนิยมสร้างขันตักน้ำราดอาบตนเอง
ไม่นานเสียงไก่ก็ขันน๊อตแกนเพลากับคุมล้อ
โดยให้หาผู้ช่วยเหยียบเบรคไว้แล้วขันน้ำใบนี้เคลือบด้วยรักหรือฮักจึงเป็นสีดำ

จากนั้นก็นําบทความที่ได้ไปเชื่อมโยงกับสื่ออื่น
เพิ่มเพิ่มความน่าสนใจ และนําไปสู่งานสําเร็จ
โดยจะเห็นได้ว่าช่วงแรกๆคําและประโยคต่างๆ จะนําเข้าไปรวมกับความหมายของขัน
โดยมีนัยว่าประโยคพวกนี้ไม่ได้ทําให้ความหมายของคําว่าขันเปลี่ยนแปลงไป
แต่พอไปถึงช่วงหลังเราก็จะนําประโยคที่แต่งไว้อย่างสับสนมาจัดวางแบบสุ่ม
เพื่อบดบังกับความเป็นขัน โดยโจทย์ของเราก็คือทําลายความเป็นขันด้วย
ความหมายที่ถูกแต่งขึ้นมาอย่างสับสน
และข้างล่างนี่คือตัวงานใครสนใจเมล์มาถามได้เน้อ




1 ความคิดเห็น:

NNANN กล่าวว่า...

มึนมากอะ :)